• หน้าแรก
  • บทความ
  • คลังสินค้าและศูนย์กระจายสินค้าควรวางแผนทำความสะอาดอย่างไรโดยไม่รบกวนรอบงาน
KNOWLEDGE ARTICLE

คลังสินค้าและศูนย์กระจายสินค้าควรวางแผนทำความสะอาดอย่างไรโดยไม่รบกวนรอบงาน?

การทำความสะอาดคลังสินค้าและศูนย์กระจายสินค้าไม่ควรวางแผนเหมือนสำนักงานทั่วไป เพราะพื้นที่เหล่านี้มีการรับสินค้า จัดเก็บ คัดแยก แพ็ก ขนย้าย และจัดส่งเกิดขึ้นตลอดวัน รวมถึงมีรถเข็น รถโฟล์คลิฟท์ พาเลท และพนักงานหลายฝ่ายใช้พื้นที่ร่วมกัน การกำหนดเวลาและขอบเขตงานให้เหมาะกับรอบการทำงานจริงจึงเป็นเรื่องสำคัญ

คำตอบสั้น ๆ: การวางแผนทำความสะอาดคลังสินค้าให้ไม่รบกวนรอบงาน ควรเริ่มจากแบ่งพื้นที่ตามลักษณะการใช้งาน ระบุช่วงเวลาที่แต่ละโซนมีการใช้งานมากหรือน้อย กำหนดความถี่ตามปริมาณฝุ่น เศษวัสดุและการสัญจร แยกงานประจำวันออกจากงานทำความสะอาดเชิงลึก และกำหนดวิธีตรวจคุณภาพหลังปฏิบัติงานให้ชัดเจน

สำหรับผู้ที่ต้องการดูภาพรวมของลักษณะพื้นที่และแนวทางบริการตามประเภทธุรกิจ สามารถดูเพิ่มเติมได้ที่ บริการทำความสะอาดศูนย์กระจายสินค้าและคลังสินค้า

ทำไมคลังสินค้าจึงต้องมีแผนทำความสะอาดเฉพาะพื้นที่?

คลังสินค้าหนึ่งแห่งอาจมีพื้นที่หลายประเภทอยู่ภายในอาคารเดียวกัน เช่น จุดรับสินค้า พื้นที่จัดเก็บ ชั้นวางสินค้า โซนแพ็กสินค้า จุดโหลดสินค้า ทางเดินรถโฟล์คลิฟท์ ห้องน้ำ พื้นที่พักพนักงาน และสำนักงานภายในคลัง

แต่ละพื้นที่มีระดับการใช้งานและรูปแบบสิ่งสกปรกแตกต่างกัน การกำหนดว่า “ทำความสะอาดทั้งคลังวันละครั้ง” จึงอาจไม่เพียงพอสำหรับบางจุด และมากเกินความจำเป็นสำหรับบางพื้นที่

วิธีที่เหมาะสมกว่าคือการแบ่งพื้นที่ตามความเสี่ยงและความถี่ในการใช้งาน จากนั้นจึงกำหนดงาน คน อุปกรณ์ และช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับแต่ละโซน

7 ขั้นตอนวางแผนทำความสะอาดคลังสินค้าโดยไม่กระทบรอบงาน

1

สำรวจ Workflow ของคลังก่อนกำหนดเวลาทำความสะอาด

ก่อนกำหนดตารางแม่บ้าน ควรทราบก่อนว่าคลังเริ่มรับสินค้าเวลาใด ช่วงใดมีการแพ็กสินค้า ช่วงใดมีรถเข้า–ออกมาก และเวลาใดเป็นช่วงที่พื้นที่ใช้งานน้อยลง

ข้อมูลนี้ช่วยให้สามารถจัดงานทำความสะอาดในช่วงที่มีผลต่อการปฏิบัติงานน้อยที่สุด แทนการใช้ตารางเดียวตลอดทั้งอาคาร

2

แบ่งพื้นที่เป็นโซนก่อนกำหนด Scope of Work

ไม่ควรกำหนดขอบเขตงานด้วยคำว่า “ทำความสะอาดคลังสินค้า” เพียงอย่างเดียว แต่ควรแยกเป็นพื้นที่ เช่น จุดรับสินค้า พื้นที่จัดเก็บ พื้นที่แพ็กสินค้า จุดโหลดสินค้า ทางเดิน สำนักงาน และพื้นที่พนักงาน

หากกำลังจัดทำเอกสารขอบเขตงาน สามารถดูแนวทางเพิ่มเติมในบทความ Scope of Work งานทำความสะอาดควรมีอะไรบ้าง

3

จัดลำดับพื้นที่ตามการใช้งานจริง

พื้นที่ที่มีพนักงาน รถเข็น หรือรถโฟล์คลิฟท์ผ่านตลอดวัน ควรได้รับการตรวจและดูแลถี่กว่าพื้นที่จัดเก็บที่มีการเคลื่อนไหวน้อย

การกำหนดความถี่จึงควรพิจารณาจากการใช้งานจริง ไม่ใช่อาศัยขนาดพื้นที่เพียงอย่างเดียว

4

แยกงานระหว่างวันกับงานหลังจบรอบ

งานบางประเภทสามารถทำระหว่างวันได้ เช่น เก็บเศษวัสดุ ดูแลห้องน้ำ หรือทำความสะอาดจุดใช้งานร่วม ขณะที่งานที่ต้องใช้พื้นที่มาก ใช้อุปกรณ์ หรืออาจกระทบเส้นทางขนย้าย ควรจัดไว้หลังจบรอบงานหรือช่วงที่มีการใช้งานต่ำ

5

กำหนดเส้นทางทำงานไม่ให้ตัดกับเส้นทางสินค้า

จุดสำคัญของงานคลังคือการประสานเส้นทางของทีมทำความสะอาดกับ รถโฟล์คลิฟท์ รถเข็น พาเลท และพนักงานคลัง

จึงควรกำหนดว่าโซนใดทำได้ช่วงใด และหลีกเลี่ยงการวางอุปกรณ์หรือดำเนินงานในจุดที่เป็นเส้นทางขนย้ายหลัก

6

กำหนดผู้รับผิดชอบและจุดตรวจให้ชัดเจน

ตารางทำความสะอาดที่ดีควรระบุได้ว่าใครรับผิดชอบพื้นที่ใด ทำเวลาใด และตรวจงานอย่างไร

แนวทางการตรวจคุณภาพสามารถดูเพิ่มเติมได้ที่ QC งานทำความสะอาดตรวจอะไรบ้าง

7

ทบทวนตารางเมื่อรอบงานของคลังเปลี่ยน

ตารางทำความสะอาดไม่จำเป็นต้องคงเดิมตลอดปี หากปริมาณสินค้า จำนวนพนักงาน จำนวนกะ หรือรอบรถขนส่งเปลี่ยน ควรทบทวนความถี่และช่วงเวลาทำความสะอาดตามไปด้วย

พื้นที่ใดในคลังสินค้าควรให้ความสำคัญเป็นพิเศษ?

พื้นที่ สิ่งที่มักพบ แนวทางวางแผน
จุดรับ–จ่ายสินค้า ฝุ่น เศษกล่อง เศษเทป คราบจากการขนย้าย จัดรอบหลังช่วงรับหรือจ่ายสินค้าหนัก และตรวจระหว่างวันตามความจำเป็น
พื้นที่จัดเก็บสินค้า ฝุ่นตามพื้น มุมพื้นที่ และบริเวณชั้นวาง แบ่งโซนและหมุนเวียนทำความสะอาดเพื่อไม่ให้กระทบการจัดเก็บ
พื้นที่แพ็กสินค้า เศษกระดาษ เทป พลาสติก และวัสดุบรรจุภัณฑ์ เน้นเก็บเศษระหว่างวันและทำความสะอาดหลังจบรอบแพ็ก
ทางเดินและเส้นทางขนย้าย ฝุ่น คราบล้อ เศษวัสดุ หรือสิ่งกีดขวาง ตรวจสม่ำเสมอและหลีกเลี่ยงการทำงานขณะมีการขนย้ายหนาแน่น
Loading Area ฝุ่น ดิน คราบ และเศษวัสดุจากรถหรือพาเลท กำหนดช่วงก่อนหรือหลังรอบรถขนส่งตามลักษณะหน้างาน
ห้องน้ำและพื้นที่พักพนักงาน คราบ กลิ่น ขยะ และการใช้งานต่อเนื่อง ใช้รอบตรวจระหว่างวันตามจำนวนพนักงานและจำนวนกะ
สำนักงานภายในคลัง ฝุ่น ขยะ จุดสัมผัสร่วม กำหนดรอบคล้ายสำนักงาน แต่ประสานกับเวลาการทำงานของทีมคลัง

ควรทำความสะอาดคลังสินค้าบ่อยแค่ไหน?

ไม่มีความถี่เดียวที่เหมาะกับคลังสินค้าทุกแห่ง เพราะความถี่ควรขึ้นอยู่กับประเภทสินค้า ปริมาณการรับ–จ่ายสินค้า จำนวนพนักงาน จำนวนกะ พื้นที่ใช้งาน และลักษณะสิ่งสกปรกที่เกิดขึ้นจริง

งานที่อาจต้องตรวจทุกวัน

  • ทางเดินหลัก
  • พื้นที่แพ็กสินค้า
  • จุดรับ–จ่ายสินค้า
  • ห้องน้ำ
  • พื้นที่พักพนักงาน
  • ขยะและเศษวัสดุ

งานที่สามารถจัดเป็นรอบ

  • มุมพื้นที่ที่ใช้งานไม่บ่อย
  • พื้นที่ใต้ชั้นวางที่เข้าถึงได้
  • พื้นที่จัดเก็บบางโซน
  • ผนังหรือพื้นผิวบางประเภท

งานทำความสะอาดเชิงลึก

  • พื้นที่ที่มีคราบสะสม
  • พื้นที่หลังเคลียร์สต็อก
  • พื้นที่หลังปรับผังคลัง
  • งานก่อนเปิดใช้พื้นที่ใหม่

หลักสำคัญคืออย่ากำหนดความถี่จากคำว่า “รายวัน” หรือ “รายสัปดาห์” เพียงอย่างเดียว แต่ควรถามว่าแต่ละพื้นที่สกปรกจากอะไร เกิดขึ้นเมื่อใด และช่วงใดเหมาะสมที่สุดสำหรับการเข้าทำงาน

ควรเลือกช่วงเวลาใดสำหรับทำความสะอาดคลังสินค้า?

ช่วงเวลาที่เหมาะสมควรสัมพันธ์กับ Workflow ของคลัง ตัวอย่างเช่น หากช่วงเช้าเป็นรอบรับสินค้า อาจหลีกเลี่ยงการทำความสะอาดพื้นที่ Loading ในเวลานั้น แล้วเปลี่ยนไปดูแลพื้นที่อื่นก่อน

ในทางกลับกัน หากช่วงบ่ายเป็นช่วงที่พื้นที่แพ็กสินค้ามีการใช้งานมาก งานทำความสะอาดเชิงลึกบริเวณดังกล่าวอาจถูกย้ายไปหลังจบรอบแพ็ก

หลักคิดง่าย ๆ: พื้นที่ที่ต้องใช้ร่วมกับงาน Logistics ควรกำหนดเวลาจากรอบการใช้งานของพื้นที่ ไม่ใช่กำหนดจากตารางของทีมทำความสะอาดเพียงฝ่ายเดียว

ทำอย่างไรไม่ให้ทีมทำความสะอาดรบกวนรถโฟล์คลิฟท์และการเคลื่อนย้ายสินค้า?

จุดนี้ควรอยู่ในแผนงานตั้งแต่ต้น เพราะเส้นทางรถโฟล์คลิฟท์ พาเลทและรถเข็นเป็นเส้นทางหลักของการปฏิบัติงานภายในคลัง

  • ระบุเส้นทางขนย้ายหลักก่อนเริ่มงาน
  • ไม่วางถัง อุปกรณ์ หรือรถเข็นทำความสะอาดขวางทาง
  • แบ่งพื้นที่ทำงานเป็นช่วงหรือเป็นโซน
  • หลีกเลี่ยงงานที่ทำให้พื้นเปียกในช่วงที่มีการสัญจรสูง
  • ประสานผู้ดูแลพื้นที่ก่อนเข้าทำความสะอาดจุดสำคัญ
  • กำหนดวิธีแจ้งพื้นที่ที่กำลังปฏิบัติงานให้ผู้ใช้งานทราบ

Cleaning Checklist สำหรับคลังสินค้าควรมีอะไรบ้าง?

Checklist ที่ดีควรเชื่อมกับพื้นที่จริงและสามารถตรวจสอบได้ ไม่ควรใช้เพียงข้อความกว้าง ๆ เช่น “ทำความสะอาดเรียบร้อย”

ตัวอย่างหัวข้อที่ควรมี ได้แก่

  • พื้นที่หรือโซนที่ต้องรับผิดชอบ
  • รายการงานในแต่ละพื้นที่
  • ความถี่หรือช่วงเวลาที่กำหนด
  • ผู้รับผิดชอบ
  • เวลาที่ดำเนินการ
  • จุดที่ต้องตรวจเป็นพิเศษ
  • วิธีบันทึกปัญหาที่พบ
  • ผู้ตรวจและผลการตรวจงาน

การมี Checklist ช่วยให้ทั้งฝ่ายอาคาร ฝ่ายคลัง และทีมทำความสะอาด เข้าใจขอบเขตงานตรงกัน และช่วยให้สามารถติดตามปัญหาซ้ำในแต่ละพื้นที่ได้ง่ายขึ้น

งานประจำกับ Big Cleaning คลังสินค้าแตกต่างกันอย่างไร?

งานทำความสะอาดประจำมีเป้าหมายเพื่อดูแลพื้นที่ที่ใช้งานต่อเนื่อง เช่น เก็บฝุ่น ขยะ เศษวัสดุ ดูแลทางเดิน ห้องน้ำและพื้นที่ใช้งานร่วม ส่วน Big Cleaning จะเหมาะกับงานที่ต้องการทำความสะอาดเชิงลึกเป็นรอบ หรือมีขอบเขตมากกว่างานประจำ

ตัวอย่างเช่น หลังเคลียร์สต็อก หลังย้ายชั้นวาง หลังปรับปรุงพื้นที่ หรือก่อนเปิดใช้คลังใหม่ อาจต้องประเมินว่าเป็นงาน Big Cleaning มากกว่างานดูแลประจำ

หากยังไม่แน่ใจว่างานที่ต้องการอยู่ในกลุ่มใด สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ ทำความสะอาดหลังรีโนเวทต่างจาก Big Cleaning อย่างไร

ก่อนขอราคาทำความสะอาดคลังสินค้า ควรเตรียมข้อมูลอะไร?

หากองค์กรต้องการให้ผู้ให้บริการประเมินขอบเขตงานได้ใกล้เคียงกับหน้างานจริง ควรเตรียมข้อมูลเบื้องต้นมากกว่าการแจ้งเพียงจำนวนตารางเมตร

  • ขนาดพื้นที่โดยประมาณ
  • ประเภทและจำนวนโซนภายในคลัง
  • วันและเวลาทำงานของคลัง
  • จำนวนกะ
  • ช่วงเวลารับ–จ่ายสินค้าหลัก
  • จำนวนพนักงานหรือระดับการใช้งานพื้นที่
  • ลักษณะสิ่งสกปรกที่พบเป็นประจำ
  • พื้นที่ที่มีข้อจำกัดในการเข้าทำงาน
  • งานที่ต้องการให้ดูแลประจำและงานเฉพาะรอบ
  • รูปภาพหรือแปลนพื้นที่ หากมี

ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้กำหนดจำนวนพนักงาน ช่วงเวลา อุปกรณ์ และ Scope of Work ได้เหมาะสมกว่าการประเมินจากขนาดพื้นที่เพียงอย่างเดียว

สรุป: แผนทำความสะอาดคลังสินค้าที่ดีควรเริ่มจาก Workflow ไม่ใช่เริ่มจากตารางแม่บ้าน

คลังสินค้าและศูนย์กระจายสินค้าเป็นพื้นที่ที่มีการทำงานต่อเนื่อง การวางแผนทำความสะอาดจึงควรสัมพันธ์กับรอบรับ–จ่ายสินค้า เส้นทางการเคลื่อนย้าย พื้นที่ใช้งานหนัก และจำนวนพนักงานในแต่ละช่วงเวลา

วิธีที่เหมาะสมคือแบ่งพื้นที่เป็นโซน กำหนดความถี่ตามการใช้งานจริง แยกงานระหว่างวันออกจากงานหลังจบรอบ วางเส้นทางทำงานไม่ให้รบกวน Logistics และมีระบบ Checklist กับ QC สำหรับติดตามผล

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการทำความสะอาดคลังสินค้า

คลังสินค้าควรทำความสะอาดทุกวันหรือไม่?

ไม่จำเป็นต้องทำทุกพื้นที่ด้วยความถี่เท่ากัน พื้นที่ที่มีการใช้งานสูง เช่น ทางเดิน จุดแพ็กสินค้า จุดรับ–จ่ายสินค้า ห้องน้ำ และพื้นที่พักพนักงาน อาจต้องตรวจหรือดูแลทุกวัน ส่วนพื้นที่ใช้งานต่ำสามารถจัดเป็นรอบตามความเหมาะสมได้

ทำความสะอาดคลังสินค้าช่วงเวลาไหนดีที่สุด?

ควรเลือกช่วงที่พื้นที่นั้นมีการใช้งานต่ำ เช่น ก่อนเริ่มรอบรับสินค้า หลังจบรอบจัดส่ง หรือหลังจบรอบแพ็กสินค้า โดยต้องพิจารณา Workflow จริงของแต่ละคลัง

ควรแบ่งพื้นที่คลังสินค้าเป็นโซนหรือไม่?

ควรแบ่ง เพราะแต่ละโซนมีลักษณะการใช้งานและสิ่งสกปรกต่างกัน การแบ่งโซนช่วยกำหนด Scope of Work ความถี่ ผู้รับผิดชอบ และเวลาปฏิบัติงานได้ชัดเจนขึ้น

งานทำความสะอาดคลังสินค้าต้องหยุดการทำงานของคลังหรือไม่?

ไม่จำเป็นเสมอไป งานประจำหลายประเภทสามารถวางแผนเป็นโซน หรือทำในช่วงที่พื้นที่ใช้งานน้อยได้ แต่หากเป็นงานทำความสะอาดเชิงลึกหรือมีข้อจำกัดด้านความปลอดภัย อาจต้องกำหนดช่วงเวลาพิเศษตามลักษณะหน้างาน

จำนวนแม่บ้านสำหรับคลังสินค้าควรคิดจากตารางเมตรอย่างเดียวหรือไม่?

ไม่ควรคิดจากตารางเมตรอย่างเดียว ควรพิจารณาจำนวนโซน ระดับการใช้งาน จำนวนกะ รอบรับ–จ่ายสินค้า ลักษณะสิ่งสกปรก และเวลาที่สามารถเข้าปฏิบัติงานได้ร่วมด้วย

ควรประเมินพื้นที่ก่อนเริ่มบริการหรือไม่?

ควรประเมินข้อมูลหน้างานก่อน เพื่อให้สามารถกำหนดขอบเขตงาน จำนวนพนักงาน รอบเวลา อุปกรณ์ และจุดตรวจคุณภาพได้เหมาะกับการใช้งานจริง

ต้องการวางแผนทำความสะอาดคลังสินค้าหรือพื้นที่โรงงาน?

หากคลังสินค้าหรือพื้นที่โรงงานมีหลายโซน มีรอบรับ–จ่ายสินค้า หรือมีการทำงานหลายกะ ควรเริ่มจากการประเมินพื้นที่และกำหนด Scope of Work ให้สัมพันธ์กับรอบการใช้งานจริง

ดูบริการทำความสะอาดโรงงานและคลังสินค้า

แชร์บทความ