• หน้าแรก
  • บทความ
  • Cleaning Checklist สำนักงาน: งานรายวัน รายสัปดาห์ และรายเดือนควรมีอะไรบ้าง
KNOWLEDGE ARTICLE
OFFICE CLEANING CHECKLIST

Cleaning Checklist สำนักงาน: งานรายวัน รายสัปดาห์ และรายเดือนควรมีอะไรบ้าง

Checklist ทำความสะอาดสำนักงานที่ดีไม่ควรเป็นเพียงรายการว่า “เช็ด ถู ดูดฝุ่น” แต่ควรระบุให้ชัดว่า พื้นที่ใดต้องทำอะไร ทำบ่อยแค่ไหน ใครรับผิดชอบ และจุดใดต้องตรวจซ้ำระหว่างวัน การแยกงานเป็น Daily, Weekly และ Monthly ช่วยให้องค์กรเห็น Scope ชัดขึ้น และลดความสับสนระหว่างงานประจำกับงานเฉพาะรอบ

Cleaning Checklist สำนักงานควรมีอะไร? อย่างน้อยควรแยกเป็น 3 ระดับ: งานรายวัน สำหรับพื้นที่ที่มีการใช้งานต่อเนื่อง, งานรายสัปดาห์ สำหรับรายการที่ไม่จำเป็นต้องทำทุกวัน และ งานรายเดือน/ตามรอบ สำหรับงานละเอียดหรือรายการที่ต้องประเมินเป็นช่วง นอกจากนี้ควรระบุพื้นที่ ความถี่ ผู้รับผิดชอบ เวลาที่เหมาะสม และช่องสำหรับบันทึกผลตรวจงาน

Checklist ทำความสะอาดสำนักงานมีไว้เพื่ออะไร?

Checklist เป็นเครื่องมือช่วยแปลง Scope of Work ให้เป็นรายการที่ตรวจสอบได้ในแต่ละวันหรือแต่ละรอบ โดยทำให้ทั้งผู้ปฏิบัติงาน Supervisor และผู้ประสานงานขององค์กรเข้าใจตรงกันว่า งานใดต้องทำ งานใดทำตามรอบ และงานใดไม่ได้รวมอยู่ในขอบเขต

สำหรับสำนักงาน ควรจัด Checklist ให้สัมพันธ์กับลักษณะพื้นที่จริง เช่น พื้นที่ทำงาน ห้องประชุม ห้องน้ำ Pantry ล็อบบี้ โถงลิฟต์ ทางเดิน และพื้นที่ส่วนกลาง ไม่ควรใช้แบบฟอร์มเดียวกับทุกองค์กรโดยไม่ปรับรายละเอียด

หากยังไม่แน่ใจว่าพื้นที่แต่ละโซนควรทำบ่อยแค่ไหน ให้อ่าน สำนักงานควรทำความสะอาดวันละกี่ครั้ง? ก่อนจัด Checklist

โครงสร้าง Checklist ที่ควรมี ก่อนใส่รายการงาน

1. พื้นที่ ระบุโซน เช่น ห้องน้ำ Pantry ห้องประชุม หรือ Reception
2. รายการงาน เขียนงานให้ตรวจได้จริง เช่น เก็บขยะ เช็ดโต๊ะ ถูพื้น
3. ความถี่ กำหนด Daily / Weekly / Monthly หรือรอบตรวจระหว่างวัน
4. การตรวจงาน ระบุผู้รับผิดชอบ เวลา และสถานะการตรวจ

ตัวอย่าง Cleaning Checklist งานรายวัน

งานรายวันควรเน้นพื้นที่ที่มีการใช้งานต่อเนื่อง และรายการที่ต้องรักษาความพร้อมใช้งานระหว่างวัน โดยปรับตามลักษณะสำนักงานจริง

DAILY — WORKSPACE

พื้นที่ทำงานและห้องประชุม

  • เก็บขยะตามจุดที่กำหนด
  • ดูแลพื้นตามชนิดวัสดุและ Scope
  • เช็ดพื้นผิวส่วนกลางที่อยู่ในขอบเขต
  • จัดห้องประชุมหลังใช้งานตามที่กำหนด
  • ตรวจโต๊ะ เก้าอี้ และพื้นที่รอบจุดใช้งานร่วม
  • แจ้งจุดชำรุดหรือคราบที่ต้องใช้วิธีเฉพาะ
DAILY — COMMON AREA

พื้นที่ส่วนกลาง

  • ตรวจล็อบบี้และ Reception
  • ดูแลพื้นทางเดินและโถงลิฟต์
  • เก็บขยะจากพื้นที่ส่วนกลาง
  • ตรวจกระจกหรือพื้นผิวที่อยู่ใน Scope
  • ดูแลจุดสัมผัสร่วมตามแผนงาน
  • ตรวจความเรียบร้อยก่อนช่วงรับผู้มาติดต่อ
DAILY — RESTROOM

ห้องน้ำ

  • ตรวจพื้นและสุขภัณฑ์
  • เก็บขยะและเปลี่ยนถุงเมื่อถึงเงื่อนไขที่กำหนด
  • ตรวจอ่างล้างมือและกระจก
  • ตรวจกลิ่นหรือสิ่งผิดปกติ
  • เติมวัสดุสิ้นเปลืองหากรวมอยู่ใน Scope
  • บันทึกรอบตรวจตามเวลาที่กำหนด
DAILY — PANTRY

Pantry และพื้นที่รับประทานอาหาร

  • เช็ดพื้นผิวส่วนกลางตาม Scope
  • ดูแลอ่างล้างและพื้นที่รอบอ่าง
  • เก็บขยะและตรวจถังขยะ
  • ดูแลพื้นหลังช่วงใช้งานหนาแน่น
  • ตรวจคราบอาหารหรือเครื่องดื่ม
  • แจ้งกรณีพบคราบที่ต้องใช้วิธีเฉพาะ

ตัวอย่าง Cleaning Checklist งานรายสัปดาห์

WEEKLY

งานที่ควรตรวจเป็นรอบ

  • เช็ดจุดสะสมฝุ่นที่ไม่อยู่ในงานรายวัน
  • ดูแลขอบ บัว หรือมุมพื้นที่ที่กำหนด
  • ตรวจกระจกภายในบางจุดตาม Scope
  • ดูแลพื้นที่ใต้หรือรอบเฟอร์นิเจอร์ที่เข้าถึงได้
  • ตรวจจุดที่มีคราบสะสมซ้ำ
  • ทบทวนรายการแจ้งปัญหาจากสัปดาห์ที่ผ่านมา
WEEKLY REVIEW

งาน Supervisor / ตรวจคุณภาพ

  • ตรวจพื้นที่ที่มีปัญหาซ้ำ
  • ตรวจความครบถ้วนของ Daily Checklist
  • ดูว่างานใดใช้เวลามากกว่าที่วางแผน
  • ตรวจอุปกรณ์ที่ต้องเติมหรือเปลี่ยน
  • รวบรวม Feedback จากผู้ประสานงาน
  • ปรับรอบงานเมื่อพฤติกรรมการใช้พื้นที่เปลี่ยน
ไม่จำเป็นต้องกำหนดว่าทุกรายการต้องทำ “สัปดาห์ละครั้ง” เหมือนกันทั้งหมด ควรเลือกเฉพาะงานที่เหมาะกับพื้นที่จริง และปรับความถี่จากสภาพหน้างาน

ตัวอย่าง Cleaning Checklist งานรายเดือนหรือตามรอบ

  • ทบทวนสภาพพื้นแต่ละประเภทและงานดูแลเพิ่มเติมที่อาจจำเป็น
  • ตรวจพื้นที่ที่งานรายวันเข้าถึงไม่บ่อย
  • ตรวจจุดสะสมฝุ่นหรือคราบที่เกิดซ้ำ
  • ทบทวน Scope ว่ายังสอดคล้องกับจำนวนผู้ใช้งานหรือไม่
  • ตรวจสภาพอุปกรณ์ทำความสะอาดตามรายการที่กำหนด
  • รวบรวมปัญหาที่เกิดซ้ำเพื่อปรับ Work Instruction
  • ประเมินว่างานใดควรแยกเป็น Big Cleaning หรืองานเฉพาะทาง

สำหรับงานพื้น ควรพิจารณาตามประเภทวัสดุและสภาพจริง ไม่ควรกำหนดวิธีเดียวกับทุกพื้นผิว อ่านเพิ่มเติมที่ วิธีทำความสะอาดพื้นแต่ละประเภทให้เหมาะกับวัสดุ

ตารางสรุป Daily / Weekly / Monthly สำหรับสำนักงาน

กลุ่มงาน Daily Weekly Monthly / ตามรอบ
พื้นที่ทำงาน ขยะ พื้น พื้นผิวตาม Scope มุมหรือจุดสะสมฝุ่นเพิ่มเติม ทบทวนสภาพพื้นที่และงานละเอียด
ห้องประชุม ตรวจหลังใช้งานตามแผน ตรวจจุดที่ไม่ได้อยู่ในงานประจำ ทบทวน Scope ตามรูปแบบการใช้งาน
ห้องน้ำ รอบตรวจตามจำนวนผู้ใช้ ตรวจจุดสะสมคราบเพิ่มเติม ทบทวนความถี่และปัญหาที่เกิดซ้ำ
Pantry คราบ ขยะ พื้น อ่างล้าง จุดสะสมคราบที่ไม่อยู่ในงานประจำ ทบทวนรายการงานตามการใช้งานจริง
ล็อบบี้ / ทางเดิน พื้น ขยะ และความเรียบร้อย รายละเอียดเพิ่มเติมตามวัสดุ ประเมินงานพื้นหรืองานเฉพาะทาง
QC / Supervisor ตรวจจุดสำคัญและงานที่ผิดปกติ ทบทวน Checklist และ Feedback สรุปปัญหาและปรับแผนงาน

Checklist ควรแยกตามพื้นที่ ไม่ใช่แค่ตามความถี่

พื้นที่พนักงาน

พื้นที่ทำงาน ห้องประชุม Pantry และทางเดิน ควรกำหนดรายการงานจากรูปแบบการใช้งานจริง

พื้นที่ลูกค้าและผู้มาติดต่อ

Reception ล็อบบี้ ห้องประชุมลูกค้า และพื้นที่ต้อนรับ อาจต้องจัดรอบให้สัมพันธ์กับเวลาที่มีผู้มาติดต่อ

พื้นที่ใช้งานสูง

ห้องน้ำ ลิฟต์ Pantry และจุดสัญจร ควรมีรอบตรวจระหว่างวันเพิ่มเติมตามจำนวนผู้ใช้

บริบทของสำนักงานแต่ละแห่งไม่เหมือนกัน หน้า การทำความสะอาดสำหรับสำนักงาน จึงควรเป็นหน้าบริบทของ Industry ส่วนบทความนี้ทำหน้าที่เป็น Checklist เชิงปฏิบัติ

Checklist กับจำนวนแม่บ้านเกี่ยวข้องกันอย่างไร?

Checklist ช่วยให้องค์กรเห็นปริมาณงานจริง ก่อนกำหนดจำนวนบุคลากร หากมีเพียงตัวเลขพื้นที่ แต่ยังไม่รู้ว่ามีกี่ห้องน้ำ ต้องตรวจ Pantry กี่รอบ ห้องประชุมใช้บ่อยแค่ไหน หรือมีงานระหว่างวันมากเพียงใด การประเมินจำนวนแม่บ้านอาจคลาดเคลื่อนได้

หลังจัด Checklist แล้ว ให้นำจำนวนรายการงาน ความถี่ และเวลาที่มีให้ทำงาน ไปใช้ต่อกับบท สำนักงานควรใช้แม่บ้านกี่คน?

อะไรไม่ควรใส่รวมใน Daily Checklist โดยอัตโนมัติ?

งานเฉพาะทาง

  • ขัดล้างหรือเคลือบเงาพื้น
  • ซักพรม โซฟา หรือผ้าม่าน
  • ทำความสะอาดพื้นที่สูง
  • งานหลังรีโนเวท
  • งานที่ต้องใช้อุปกรณ์หรือผลิตภัณฑ์เฉพาะ

Big Cleaning

Big Cleaning เป็นงานครั้งใหญ่ ที่ควรแยก Scope ทีมงาน ระยะเวลา และรายการงานออกจาก Daily Checklist เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจว่ารวมอยู่ในงานประจำทุกสัญญา

อ่านต่อ: Big Cleaning คืออะไร? ต่างจากงานประจำอย่างไร หรือดู บริการ Big Cleaning

Checklist ที่ดีควรมีช่องบันทึกอะไรบ้าง?

  • วันที่และช่วงเวลาที่ปฏิบัติงาน
  • พื้นที่หรือโซน
  • รายการงาน
  • ความถี่หรือรอบที่กำหนด
  • ชื่อหรือรหัสผู้ปฏิบัติงาน
  • สถานะงาน เช่น เสร็จ / รอตรวจ / พบปัญหา
  • หมายเหตุเมื่อพบคราบ ความเสียหาย หรือสิ่งผิดปกติ
  • ผู้ตรวจงานหรือ Supervisor
  • การแก้ไขและติดตามผลเมื่อพบปัญหา

จุดสำคัญคือ Checklist ต้องช่วยให้ตรวจย้อนกลับได้ว่า “ใครทำอะไร ที่ไหน เมื่อไหร่ และถ้ามีปัญหาดำเนินการต่ออย่างไร” มากกว่ามีช่องให้ติ๊กจำนวนมากแต่ไม่ช่วยควบคุมงาน

ควรทบทวน Checklist เมื่อใด?

เมื่อการใช้งานพื้นที่เปลี่ยน

เช่น เพิ่มจำนวนพนักงาน เพิ่มห้องประชุม ย้ายแผนก หรือเปิดพื้นที่ใหม่

เมื่อพบปัญหาเกิดซ้ำ

หากห้องน้ำ Pantry หรือจุดใดเกิดปัญหาก่อนถึงรอบถัดไป ควรพิจารณาปรับความถี่หรือวิธีตรวจ

เมื่อ Scope เปลี่ยน

งานที่เพิ่มหรือลดจากสัญญาเดิม ควรสะท้อนใน Checklist เพื่อให้ทีมและผู้ตรวจเข้าใจตรงกัน

เมื่อกำลังคนหรือเวลาทำงานเปลี่ยน

การเปลี่ยนจำนวนคน กะ หรือเวลาที่เข้าพื้นที่ได้ อาจทำให้ต้องจัดลำดับงานใหม่

ถ้าต้องการใช้ Checklist เพื่อเปรียบเทียบบริษัททำความสะอาด ควรทำอย่างไร?

ก่อนขอใบเสนอราคา องค์กรสามารถใช้ Checklist เป็นฐานของ Scope แล้วส่งรายการพื้นที่ ความถี่ และงานหลักชุดเดียวกันให้ผู้ให้บริการแต่ละราย เพื่อให้ข้อเสนอที่ได้รับเปรียบเทียบกันได้ง่ายขึ้น

หลังจากนั้นจึงค่อยดู จำนวนบุคลากร ชั่วโมงทำงาน ระบบ Supervisor/QC งานที่รวมและไม่รวม รวมถึงเงื่อนไขของแต่ละบริษัท

อ่านขั้นตอนต่อที่ คู่มือเลือกบริษัทรับทำความสะอาดสำหรับองค์กร

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Cleaning Checklist สำนักงาน

ควรระบุพื้นที่ รายการงาน ความถี่ ผู้รับผิดชอบ รอบเวลา สถานะงาน และผู้ตรวจงาน โดยแยกงานรายวัน รายสัปดาห์ และรายเดือนหรือตามรอบให้ชัดเจน

ไม่จำเป็น งานบางรายการเหมาะกับรายสัปดาห์ รายเดือน หรือตามรอบ ควรกำหนดตามการใช้งาน ประเภทพื้นผิว และความจำเป็นของแต่ละพื้นที่

ควรแยกเมื่อห้องน้ำมีรอบตรวจหลายช่วง เพื่อบันทึกเวลาและรายการที่ต้องตรวจ เช่น พื้น สุขภัณฑ์ ขยะ กลิ่น และวัสดุสิ้นเปลืองที่อยู่ใน Scope

โดยทั่วไปควรแยกออกเป็น Scope หรือ Checklist ของโครงการเฉพาะ เพราะรายการงาน ทีมงาน ระยะเวลา และอุปกรณ์ อาจต่างจากงานประจำ

ไม่จำเป็น ควรทบทวนเมื่อจำนวนผู้ใช้งาน พื้นที่ Scope ความถี่ หรือปัญหาหน้างานเปลี่ยน เพื่อให้ Checklist สอดคล้องกับการใช้งานจริง

ต้องการวาง Checklist และ Scope สำหรับสำนักงาน?

แจ้งประเภทสำนักงาน ขนาดพื้นที่ จำนวนผู้ใช้งาน จำนวนห้องน้ำ ห้องประชุม Pantry และช่วงเวลาที่ต้องการให้บริการ เพื่อใช้ประกอบการวางรายการงาน ความถี่ และรูปแบบบริการที่เหมาะกับพื้นที่จริง

แชร์บทความ