• หน้าแรก
  • บทความ
  • พื้นแต่ละประเภททำความสะอาดอย่างไร? วิธีดูแลพื้นให้เหมาะกับวัสดุ
KNOWLEDGE ARTICLE
FLOOR CARE GUIDE

พื้นแต่ละประเภททำความสะอาดอย่างไร? วิธีดูแลพื้นให้เหมาะกับวัสดุ

พื้นกระเบื้อง หินอ่อน แกรนิต ไวนิล อีพ็อกซี่ และพื้นคอนกรีต มีคุณสมบัติและข้อควรระวังต่างกัน การเลือกวิธีทำความสะอาดจึงควรเริ่มจาก การรู้ชนิดของพื้น สภาพผิว ประเภทคราบ และลักษณะการใช้งานจริง ไม่ใช่เลือกจากความแรงของน้ำยาหรือเครื่องขัดเพียงอย่างเดียว

แนวทางทำความสะอาดพื้นแต่ละประเภทให้เหมาะกับวัสดุ
คำตอบสั้น ๆ: พื้นแต่ละประเภทไม่ควรใช้วิธีทำความสะอาดแบบเดียวกัน เพราะวัสดุบางชนิดไวต่อกรด ด่าง น้ำ ความชื้น หรือแรงเสียดสี ก่อนขัดล้างหรือใช้น้ำยา จึงควรตรวจสอบชนิดวัสดุ สภาพผิวเดิม ประเภทคราบ และคำแนะนำของผู้ผลิตวัสดุ หากพื้นมีคราบสะสมมากหรือจำเป็นต้องใช้เครื่องจักรเฉพาะทาง ควรประเมินสภาพพื้นก่อนเลือกวิธีดำเนินงาน

ทำไมพื้นแต่ละประเภทจึงต้องใช้วิธีดูแลต่างกัน?

สิ่งที่เราเรียกรวมกันว่า “พื้น” สามารถผลิตจากวัสดุที่มีคุณสมบัติแตกต่างกันอย่างมาก ทั้งความแข็ง ความพรุน การดูดซึมน้ำ ความทนต่อสารเคมี และชนิดของชั้นเคลือบผิว

ตัวอย่างเช่น พื้นหินธรรมชาติบางชนิดต้องระมัดระวัง ผลิตภัณฑ์ที่มีความเป็นกรด ขณะที่พื้นไวนิลหรือพื้นที่มีชั้นเคลือบ ต้องพิจารณาว่าน้ำยาและอุปกรณ์จะส่งผลต่อผิวเดิมหรือไม่ ส่วนพื้นอีพ็อกซี่ควรดูทั้งสภาพชั้นเคลือบ ลักษณะคราบ และข้อกำหนดของพื้นที่ใช้งาน

ด้วยเหตุนี้ การดูแลพื้นจึงควรเริ่มจาก “ระบุวัสดุก่อน แล้วจึงเลือกวิธี” มากกว่าการเลือกน้ำยาหรือเครื่องขัดจากชนิดของคราบเพียงอย่างเดียว

วิธีพิจารณาการทำความสะอาดพื้นแต่ละประเภท

แนวทางต่อไปนี้เป็นหลักพิจารณาเบื้องต้น การดำเนินงานจริงควรตรวจสอบชนิดวัสดุ สภาพพื้นเดิม และคำแนะนำของผู้ผลิตพื้นหรือวัสดุด้วย

1

พื้นกระเบื้องและแกรนิตโต้

ควรดูทั้งผิวหน้ากระเบื้องและร่องยาแนว เพราะคราบอาจสะสมในสองส่วนแตกต่างกัน การเลือกแปรง แผ่นขัด และน้ำยา ควรเหมาะกับผิวของกระเบื้อง เพื่อหลีกเลี่ยงรอยหรือความเสียหายที่ไม่จำเป็น

2

พื้นหินอ่อน

หินอ่อนเป็นหินธรรมชาติที่ควรระมัดระวัง สารเคมีบางประเภท โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่มีความเป็นกรด หากพื้นหมอง มีรอย หรือสูญเสียความเงา ควรประเมินก่อนว่าปัญหาเกิดจากคราบบนผิว หรือสภาพของเนื้อหินและชั้นผิวเดิม

3

พื้นหินแกรนิต

แม้แกรนิตจะมีลักษณะแข็ง แต่การดูแลยังต้องพิจารณาสภาพผิว คราบสะสม และผลิตภัณฑ์ที่ใช้ หากต้องการขัดหรือปรับสภาพพื้น ควรประเมินว่าพื้นมีการเคลือบผิวเดิมหรือไม่

4

พื้นไวนิลและ PVC

พื้นกลุ่มนี้อาจมีระบบผิวหรือชั้นเคลือบแตกต่างกัน จึงไม่ควรสรุปว่าพื้นไวนิลทุกชนิดต้องลงแว็กซ์ ควรตรวจสอบชนิดผลิตภัณฑ์เดิม และคำแนะนำจากผู้ผลิตก่อนเลือกวิธีขัด ล้าง หรือเคลือบผิว

5

พื้นอีพ็อกซี่และ PU

เป็นพื้นเคลือบที่พบในโรงงาน คลังสินค้า และพื้นที่ใช้งานเฉพาะ การดูแลควรคำนึงถึงชนิดของสารเคลือบ อายุพื้น สภาพผิว และคราบที่เกิดขึ้น เพื่อหลีกเลี่ยงการใช้น้ำยาหรือแผ่นขัดที่รุนแรงเกินไป

6

พื้นคอนกรีตและคอนกรีตขัดมัน

ควรตรวจสอบว่าพื้นเป็นคอนกรีตทั่วไป คอนกรีตขัดมัน หรือมีสารเคลือบผิว เพราะแต่ละระบบตอบสนองต่อการขัด น้ำ และผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดต่างกัน

ตารางสรุป: ก่อนทำความสะอาดพื้นควรตรวจสอบอะไร?

ประเภทพื้น สิ่งที่ควรตรวจสอบ ข้อควรระวังเบื้องต้น
กระเบื้อง / แกรนิตโต้ ผิวกระเบื้อง ร่องยาแนว และประเภทคราบ เลือกแผ่นขัดและน้ำยาให้เหมาะกับผิว
หินอ่อน สภาพผิว ความหมอง รอย และคราบ หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่อาจทำปฏิกิริยากับหิน
หินแกรนิต ผิวเดิม ชั้นเคลือบ และลักษณะคราบ ไม่ควรเลือกวิธีขัดโดยดูจากความแข็งของหินเพียงอย่างเดียว
ไวนิล / PVC ประเภทพื้นและระบบเคลือบเดิม ไม่ใช่พื้นทุกชนิดจะเหมาะกับการลงแว็กซ์
อีพ็อกซี่ / PU สภาพสารเคลือบ คราบ และการใช้งานพื้นที่ ระวังน้ำยาและแผ่นขัดที่อาจกระทบผิวเคลือบ
คอนกรีต ระบบผิวเดิม ความพรุน และชนิดคราบ ควรแยกคอนกรีตทั่วไปออกจากคอนกรีตที่ผ่านการขัดหรือเคลือบ

มีคราบเหมือนกัน ไม่ได้แปลว่าจะใช้วิธีเดียวกันได้

อีกหนึ่งข้อผิดพลาดที่พบได้ในการดูแลพื้นคือ เลือกผลิตภัณฑ์จาก “ชื่อคราบ” โดยไม่ดูว่าวัสดุด้านล่างคืออะไร

ตัวอย่างคราบที่อาจพบ

  • คราบน้ำมันและไขมัน
  • คราบน้ำและคราบตะกรัน
  • คราบจากรองเท้าหรือการสัญจร
  • คราบกาว สี หรือวัสดุจากงานปรับปรุง
  • ฝุ่นและสิ่งสกปรกสะสม
  • คราบเฉพาะจากกระบวนการทำงาน

ข้อมูลที่ควรรู้ก่อนเลือกวิธีขจัดคราบ

  • พื้นทำจากวัสดุอะไร
  • มีสารเคลือบเดิมหรือไม่
  • คราบเกิดจากอะไรและสะสมมานานแค่ไหน
  • เคยใช้น้ำยาหรือวิธีใดกับพื้นที่มาก่อน
  • พื้นที่ต้องกลับมาเปิดใช้งานเมื่อใด
  • มีข้อจำกัดด้านน้ำ กลิ่น สารเคมี หรือเครื่องจักรหรือไม่
ข้อควรระวัง: คราบบางประเภทอาจไม่สามารถขจัดออกทั้งหมดได้ โดยไม่กระทบต่อพื้นผิวเดิม โดยเฉพาะกรณีที่คราบซึมเข้าสู่วัสดุ พื้นเสื่อมสภาพ หรือผิวเดิมเกิดความเสียหายแล้ว จึงควรประเมินสภาพจริงก่อนกำหนดผลลัพธ์ที่คาดหวัง

ทำความสะอาดประจำวัน กับขัดล้างพื้น ต่างกันอย่างไร?

งานทั้งสองรูปแบบมีหน้าที่ต่างกัน และไม่จำเป็นต้องดำเนินการด้วยความถี่เท่ากัน

การทำความสะอาดประจำ

เหมาะสำหรับการจัดการฝุ่น เศษสิ่งสกปรก และคราบจากการใช้งานทั่วไป เพื่อรักษาพื้นให้อยู่ในสภาพสะอาดและพร้อมใช้งาน

ในพื้นที่สำนักงาน งานส่วนนี้อาจอยู่ในขอบเขตของ บริการทำความสะอาดสำนักงาน หรือบริการประจำขององค์กร

การขัดล้างหรือฟื้นฟูพื้นเป็นรอบ

เหมาะกับพื้นที่ที่มีคราบสะสม พื้นหมอง หรือการทำความสะอาดประจำไม่เพียงพอ วิธีดำเนินงานอาจรวมถึงการขัดล้าง ปั่นเงา ลงแว็กซ์ หรือเคลือบผิว ตามความเหมาะสมของพื้นแต่ละประเภท

หากต้องการดูขอบเขตงานเชิงบริการ สามารถศึกษา บริการขัดล้างและเคลือบเงาพื้น โดยตรง

ควรขัดล้างหรือดูแลพื้นบ่อยแค่ไหน?

ไม่มีช่วงเวลาตายตัวที่เหมาะกับทุกพื้นที่ เพราะความถี่ควรพิจารณาจากประเภทพื้น จำนวนผู้ใช้งาน ปริมาณการสัญจร ลักษณะสิ่งสกปรก ระบบทำความสะอาดประจำ และภาพลักษณ์ที่องค์กรต้องการรักษา

ตัวอย่างเช่น ล็อบบี้หรือทางเดินที่มีผู้ใช้งานจำนวนมาก อาจต้องตรวจสภาพบ่อยกว่าห้องที่มีการใช้งานน้อย ขณะที่พื้นที่โรงงานควรพิจารณาร่วมกับประเภทพื้น คราบจากกระบวนการผลิต และข้อจำกัดด้านการปฏิบัติงาน

หากเป็นพื้นที่โรงงานโดยตรง สามารถศึกษาเพิ่มเติมเรื่อง ความแตกต่างระหว่างการทำความสะอาดโรงงานกับงานทั่วไป เพื่อแยกขอบเขตงานให้เหมาะกับพื้นที่ผลิต คลังสินค้า และพื้นที่ทั่วไป

ประเภทธุรกิจมีผลต่อการวางแผนดูแลพื้นหรือไม่?

มีผล เพราะแม้ใช้วัสดุพื้นชนิดเดียวกัน แต่จำนวนผู้ใช้งาน ลักษณะการสัญจร ความถี่ในการทำความสะอาด และข้อกำหนดของสถานที่อาจแตกต่างกัน

โรงงานและพื้นที่อุตสาหกรรม

ควรพิจารณาคราบจากการทำงาน รถยก ทางเดิน การใช้เครื่องจักร และช่วงเวลาที่สามารถเข้าทำงานได้ หากเป็นงานดูแลพื้นที่โดยรวม ดูรายละเอียด บริการทำความสะอาดโรงงาน

โรงพยาบาลและสถานพยาบาล

พื้นอาจมีผู้ใช้งานต่อเนื่องตลอดวัน การกำหนดรอบงานจึงต้องคำนึงถึงทั้งความสะอาด การสัญจร และข้อกำหนดภายในสถานพยาบาล ดูบริบทเพิ่มเติมที่ การดูแลความสะอาดโรงพยาบาลและสถานพยาบาล

โรงแรมและพื้นที่ต้อนรับ

ล็อบบี้ ทางเดิน และพื้นที่รับรอง มักให้ความสำคัญกับทั้งความสะอาด ความเรียบร้อย และภาพลักษณ์ของพื้น จึงควรวางรอบงานให้สัมพันธ์กับช่วงที่มีผู้ใช้งาน ดูเพิ่มเติมที่ แนวทางบริการทำความสะอาดโรงแรม

คอนโดและพื้นที่ส่วนกลาง

ล็อบบี้ โถงลิฟต์ และทางเดิน เป็นพื้นที่ที่มีผู้ใช้งานร่วมกันจำนวนมาก การดูแลพื้นจึงควรสัมพันธ์กับแผนทำความสะอาด พื้นที่ส่วนกลางโดยรวม สามารถศึกษา บริการทำความสะอาดคอนโดและพื้นที่ส่วนกลาง เพิ่มเติมได้

เมื่อใดควรพิจารณาใช้บริการขัดล้างพื้นเฉพาะทาง?

  • คราบสะสมไม่สามารถจัดการด้วยงานประจำได้
  • พื้นที่มีขนาดใหญ่และต้องใช้อุปกรณ์เฉพาะ
  • พื้นมีชั้นเคลือบที่ต้องเลือกวิธีดูแลให้เหมาะสม
  • ไม่แน่ใจชนิดพื้นหรือผลิตภัณฑ์ที่ควรใช้
  • ต้องวางแผนงานนอกเวลาทำการหรือช่วงปิดพื้นที่
  • ต้องการทำความสะอาดเชิงลึกหลายส่วนพร้อมกัน

กรณีต้องทำหลายพื้นที่พร้อมกัน

หากงานไม่ได้มีเฉพาะพื้น แต่รวมถึงเฟอร์นิเจอร์ กระจก ห้องน้ำ จุดสะสมฝุ่น หรือพื้นที่ที่การทำความสะอาดประจำเข้าไม่ถึง อาจพิจารณา บริการ Big Cleaning แทนการแยกทำเฉพาะพื้น

ก่อนเลือกบริษัทขัดล้างพื้น ควรถามอะไรบ้าง?

การประเมินผู้ให้บริการไม่ควรดูจากคำว่า “ขัดพื้นได้” เพียงอย่างเดียว แต่ควรดูว่าผู้ให้บริการเข้าใจชนิดพื้น ขอบเขตงาน และข้อจำกัดของพื้นที่หรือไม่

ข้อมูลเกี่ยวกับพื้น

  • ทีมงานตรวจสอบชนิดพื้นก่อนเริ่มงานหรือไม่
  • มีการพิจารณาสภาพสารเคลือบเดิมหรือไม่
  • เลือกน้ำยาและอุปกรณ์ตามวัสดุอย่างไร
  • มีการทดสอบพื้นที่ขนาดเล็กเมื่อจำเป็นหรือไม่

ข้อมูลเกี่ยวกับหน้างาน

  • ขอบเขตงานระบุชัดเจนหรือไม่
  • พื้นที่ใดต้องปิดใช้งานระหว่างดำเนินงาน
  • ใช้เวลาปฏิบัติงานและรอพื้นพร้อมใช้งานเท่าใด
  • ผลลัพธ์ใดทำได้และมีข้อจำกัดอะไรบ้าง
หากกำลังเปรียบเทียบผู้ให้บริการหลายราย สามารถดู แนวทางเลือกบริษัททำความสะอาดก่อนตัดสินใจ เพิ่มเติม โดยควรพิจารณาทั้งขอบเขตงาน วิธีปฏิบัติงาน และความเหมาะสมกับพื้นที่จริง ไม่ใช่เปรียบเทียบจากราคาเพียงอย่างเดียว

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการดูแลและทำความสะอาดพื้น

ไม่ควรสรุปว่าใช้ได้กับทุกพื้น ควรพิจารณาชนิดวัสดุ สภาพผิว ความเร็วของเครื่อง และประเภทแผ่นขัดก่อน เพราะวิธีที่เหมาะกับพื้นชนิดหนึ่ง อาจไม่เหมาะกับอีกชนิดหนึ่ง

ขึ้นอยู่กับสาเหตุของความหมอง สภาพเนื้อหิน รอยบนพื้น และการดูแลที่ผ่านมา บางกรณีอาจปรับสภาพผิวให้ดูดีขึ้นได้ แต่ควรประเมินพื้นจริงก่อนกำหนดวิธีและผลลัพธ์

ไม่จำเป็น พื้นไวนิลมีหลายระบบและผลิตภัณฑ์ บางชนิดมีชั้นผิวจากโรงงาน หรือมีข้อกำหนดการดูแลเฉพาะ จึงควรตรวจสอบชนิดพื้นและคำแนะนำของผู้ผลิตก่อน การลงแว็กซ์หรือสารเคลือบเพิ่มเติม

ไม่มีช่วงเวลาตายตัวสำหรับทุกพื้นที่ ควรพิจารณาจากชนิดพื้น จำนวนผู้ใช้งาน ระดับการสัญจร การดูแลประจำ และสภาพพื้นจริง โดยใช้การตรวจสภาพเป็นเกณฑ์ร่วมกับแผนบำรุงรักษา

ควรแจ้งประเภทสถานที่ ชนิดพื้น ขนาดพื้นที่ สภาพพื้นและคราบที่พบ ช่วงเวลาที่สามารถเข้าทำงาน รวมถึงข้อจำกัดของพื้นที่ หากมีภาพพื้นหรือสามารถสำรวจหน้างานได้ จะช่วยให้กำหนดขอบเขตงานได้ชัดเจนขึ้น

ไม่แน่ใจว่าพื้นของคุณควรใช้วิธีไหน?

ส่งรายละเอียดประเภทพื้น ขนาดพื้นที่ ลักษณะคราบ และภาพสภาพพื้นให้ทีม A.N.G. เพื่อใช้ประกอบการประเมินขอบเขตงาน และพิจารณาวิธีดูแลที่เหมาะกับพื้นที่จริง

แชร์บทความ