• หน้าแรก
  • บทความ
  • โรงงานควรแบ่งโซนทำความสะอาดอย่างไร? วิธีวาง Cleaning Zone ตามพื้นที่ผลิตและความเสี่ยง
KNOWLEDGE ARTICLE

โรงงานควรแบ่งโซนทำความสะอาดอย่างไร? วิธีวาง Cleaning Zone ตามพื้นที่ผลิตและความเสี่ยง

โรงงานหนึ่งแห่งอาจประกอบด้วยพื้นที่ผลิต ไลน์ประกอบ คลังวัตถุดิบ คลังสินค้าสำเร็จรูป ทางเดินรถเข็น จุดโหลดสินค้า สำนักงาน ห้องน้ำ และพื้นที่พักพนักงาน ซึ่งแต่ละพื้นที่มีลักษณะการใช้งานและรูปแบบสิ่งสกปรกต่างกัน การใช้ตารางทำความสะอาดชุดเดียวกับทุกพื้นที่ จึงอาจไม่สอดคล้องกับสภาพหน้างานจริง

คำตอบสั้น ๆ: การแบ่งโซนทำความสะอาดโรงงานควรพิจารณาอย่างน้อย 5 เรื่อง ได้แก่ ประเภทพื้นที่ ระดับการใช้งาน ลักษณะสิ่งสกปรก เส้นทางสัญจรหรือการขนย้าย และข้อจำกัดในการเข้าปฏิบัติงาน จากนั้นจึงกำหนดงาน ความถี่ เวลา ผู้รับผิดชอบ และวิธีตรวจงานของแต่ละ Cleaning Zone แยกจากกัน
Cleaning Zone ในบทความนี้หมายถึงอะไร?

หมายถึงการแบ่งพื้นที่โรงงานออกเป็นกลุ่มตามลักษณะการใช้งาน เพื่อช่วยวางแผนงานทำความสะอาด ไม่ได้หมายถึงการจัดระดับ ความเสี่ยงทางเทคนิคหรือมาตรฐานเฉพาะของอุตสาหกรรมใดอุตสาหกรรมหนึ่ง โรงงานที่มีข้อกำหนด GMP, HACCP, Cleanroom หรือมาตรฐานเฉพาะ ควรใช้ข้อกำหนดของโรงงานนั้นเป็นหลัก

หากต้องการดูภาพรวมของพื้นที่ประเภทต่าง ๆ ที่พบในโรงงาน สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ การทำความสะอาดสำหรับโรงงานอุตสาหกรรม ก่อนนำหลักการในบทความนี้ไปแบ่ง Cleaning Zone ให้เหมาะกับหน้างานจริง

แผนแบ่งโซนทำความสะอาดโรงงานตามพื้นที่ผลิตและการใช้งาน

ทำไมไม่ควรใช้ตารางทำความสะอาดแบบเดียวกับทุกพื้นที่ในโรงงาน?

ปัญหาของการกำหนดตารางแบบเดียวทั้งโรงงานคือ แต่ละพื้นที่มีพฤติกรรมการใช้งานไม่เหมือนกัน ตัวอย่างเช่น พื้นที่ผลิตอาจมีพนักงานและอุปกรณ์ใช้งานต่อเนื่อง ขณะที่คลังสินค้าอาจมีรถเข็น รถยก และพาเลทเคลื่อนผ่าน ส่วนห้องน้ำและพื้นที่พักพนักงานจะมีรูปแบบการใช้งานอีกแบบหนึ่ง

หากกำหนดความถี่เท่ากันทั้งหมด บางพื้นที่อาจได้รับการดูแลน้อยกว่าที่ต้องการ ขณะที่บางพื้นที่อาจถูกกำหนดงานถี่เกินความจำเป็น หรือทีมทำความสะอาดอาจเข้าทำงานในช่วงที่รบกวนกระบวนการผลิต

การแบ่ง Cleaning Zone จึงช่วยเปลี่ยนจากคำสั่งกว้าง ๆ เช่น “ทำความสะอาดโรงงานทุกวัน” ให้กลายเป็นแผนที่ระบุได้ว่า พื้นที่ไหน ทำอะไร เมื่อไร บ่อยแค่ไหน และใครเป็นผู้ตรวจ

5 เกณฑ์หลักสำหรับแบ่ง Cleaning Zone ภายในโรงงาน

1

ประเภทและหน้าที่ของพื้นที่

เริ่มจากแยกพื้นที่ตามการใช้งานจริง เช่น Production Area, Packing Area, Warehouse, Loading Area, Office, Rest Area และ Toilet เพราะแต่ละพื้นที่ต้องการวิธีดูแลแตกต่างกัน

2

ระดับการใช้งานและจำนวนผู้สัญจร

พื้นที่ที่มีพนักงาน รถเข็น หรืออุปกรณ์ขนย้ายผ่านบ่อย ควรได้รับการตรวจและวางรอบงานต่างจากพื้นที่ที่มีการใช้งานน้อย จึงไม่ควรใช้จำนวนตารางเมตรเป็นเกณฑ์เดียว

3

ประเภทของฝุ่น คราบ และเศษวัสดุ

ควรสำรวจว่าสิ่งสกปรกหลักของแต่ละโซนคืออะไร เช่น ฝุ่นทั่วไป เศษบรรจุภัณฑ์ คราบจากการใช้งาน เศษวัสดุ หรือคราบจากการเคลื่อนย้ายสินค้า เพื่อเลือกวิธีและความถี่ที่เหมาะสม

4

เส้นทางการผลิตและการขนย้าย

พื้นที่ที่เป็นทางเดินหลัก เส้นทางรถเข็น จุดรับ–จ่ายสินค้า หรือทางเชื่อมระหว่างหลาย Zone ควรแยกพิจารณาเป็นพิเศษ เพราะการทำความสะอาดอาจต้องประสานกับการสัญจรในพื้นที่

5

ข้อจำกัดในการเข้าพื้นที่และช่วงเวลาที่ทำงานได้

บางโซนสามารถทำความสะอาดได้ตลอดวัน แต่บางพื้นที่อาจเข้าทำงานได้เฉพาะก่อนเริ่มกะ หลังเลิกกะ วันหยุด หรือช่วงหยุดไลน์ผลิต ดังนั้น Cleaning Zone ควรระบุข้อจำกัดด้านเวลาไว้ตั้งแต่ต้น

ตัวอย่างการแบ่ง Cleaning Zone ภายในโรงงาน

โรงงานแต่ละแห่งไม่จำเป็นต้องใช้จำนวน Zone เท่ากัน แต่สามารถเริ่มจากตัวอย่างโครงสร้างต่อไปนี้ แล้วปรับให้เข้ากับ Layout และ Workflow จริง

Cleaning Zone ตัวอย่างพื้นที่ ประเด็นที่ควรพิจารณา แนวทางวางรอบงาน
ZONE 01
Production Area
พื้นที่ผลิต ไลน์ประกอบ จุดปฏิบัติงาน และพื้นที่รอบจุดผลิต เวลาการผลิต พนักงาน เครื่องจักร เศษวัสดุ และพื้นที่ที่เข้าถึงได้ แบ่งงานระหว่างรอบผลิต กับงานหลังจบรอบหรือช่วงหยุดไลน์
ZONE 02
Warehouse Area
คลังวัตถุดิบ คลังสินค้า ทางเดินระหว่างชั้นวาง ฝุ่น การขนย้าย พาเลท รถเข็น และพื้นที่จัดเก็บ แบ่งตาม Aisle หรือพื้นที่จัดเก็บ และหลีกเลี่ยงรอบรับ–จ่ายสินค้าหนัก
ZONE 03
Loading & Logistics
จุดรับสินค้า จุดจ่ายสินค้า Loading Area และเส้นทางขนย้าย ฝุ่น ดิน เศษกล่อง คราบล้อ และรอบรถขนส่ง จัดรอบตามตารางรับ–จ่ายสินค้า มากกว่ากำหนดเวลาแบบคงที่
ZONE 04
Common Area
ทางเดิน จุดลงเวลา ห้องพักพนักงาน และพื้นที่ใช้ร่วม จำนวนผู้ใช้งาน ช่วงเปลี่ยนกะ และจุดสัมผัสร่วม ใช้รอบตรวจระหว่างวัน ตามระดับการใช้งาน
ZONE 05
Toilet & Welfare Area
ห้องน้ำ ห้องเปลี่ยนชุด และพื้นที่สวัสดิการพนักงาน จำนวนพนักงาน จำนวนกะ และช่วงเวลาการใช้งานสูง กำหนดรอบตรวจเป็นช่วงเวลา แทนการทำเพียงครั้งเดียวต่อวัน
ZONE 06
Office Area
สำนักงาน ห้องประชุม จุดต้อนรับ และพื้นที่ธุรการ เวลาทำงานของสำนักงาน และจำนวนผู้ใช้งาน วางรอบก่อนเริ่มงาน หลังเลิกงาน หรือตามการใช้งาน

หากโรงงานมีคลังสินค้าขนาดใหญ่หรือศูนย์กระจายสินค้าภายในพื้นที่ สามารถใช้หลักจากบทความ วิธีวางแผนทำความสะอาดคลังสินค้าโดยไม่รบกวนรอบงาน มาช่วยแบ่งพื้นที่รับสินค้า จัดเก็บ แพ็กสินค้า และ Loading Area ให้ละเอียดขึ้น

ควรแบ่งโซนตาม “ความสกปรก” อย่างเดียวหรือไม่?

ไม่ควร เพราะพื้นที่ที่ดูไม่สกปรกมาก อาจเป็นพื้นที่ที่มีการใช้งานสูงหรือมีข้อจำกัดในการเข้าทำงานมาก ขณะที่บางพื้นที่มีฝุ่นหรือเศษวัสดุมาก แต่อาจสามารถจัดทำความสะอาดเป็นรอบเฉพาะได้

การแบ่ง Zone จึงควรพิจารณาหลายปัจจัยร่วมกัน ได้แก่

  • ประเภทพื้นที่
  • จำนวนคนและระดับการใช้งาน
  • ประเภทสิ่งสกปรก
  • ความถี่ที่สิ่งสกปรกเกิดขึ้น
  • เส้นทางพนักงานและการขนย้าย
  • เวลาเข้า–ออกพื้นที่
  • ข้อจำกัดด้านอุปกรณ์หรือเครื่องจักร
  • ข้อกำหนดเฉพาะของโรงงาน
หลักคิด: Cleaning Zone ที่ดีไม่จำเป็นต้องแบ่งตามผนังหรือห้องเสมอไป แต่อาจแบ่งตาม Workflow หรือรูปแบบการใช้งาน หากการแบ่งเช่นนั้นช่วยให้กำหนดงานและตรวจงานได้ชัดเจนกว่า

ควรใช้สีแบ่ง Cleaning Zone หรือไม่?

สามารถใช้สีเป็นเครื่องมือช่วยสื่อสารได้ เช่น ใช้สีต่างกันบนแผนผังพื้นที่ ตารางงาน Checklist หรือป้ายกำกับอุปกรณ์ เพื่อช่วยให้ทีมเข้าใจขอบเขตของแต่ละ Zone ได้รวดเร็วขึ้น

อย่างไรก็ตาม สีเพียงอย่างเดียวไม่ควรถูกใช้แทนข้อมูลสำคัญ แต่ละ Zone ควรมีชื่อ รหัสพื้นที่ ขอบเขต รายการงาน และผู้รับผิดชอบกำกับไว้ด้วย

Cleaning Zone ควรเชื่อมกับ Scope of Work อย่างไร?

หลังแบ่ง Zone แล้ว ขั้นตอนต่อไปคือ เปลี่ยนแต่ละ Zone ให้กลายเป็นขอบเขตงานที่ตรวจสอบได้ ไม่ใช่ระบุเพียงว่า “ทำความสะอาด Production Area”

ตัวอย่างข้อมูลที่ควรระบุ ได้แก่

  • ชื่อและรหัส Zone
  • พื้นที่ที่รวมอยู่ใน Zone
  • รายการงานที่ต้องทำ
  • ความถี่
  • ช่วงเวลาที่อนุญาตให้ทำงาน
  • อุปกรณ์ที่ใช้
  • ข้อจำกัดของพื้นที่
  • ผู้รับผิดชอบ
  • วิธีตรวจและบันทึกผล

วิธีนี้ช่วยให้ ขอบเขตบริการทำความสะอาดโรงงาน สามารถนำไปปรับกับพื้นที่จริงได้ชัดเจนขึ้น แทนการกำหนด Scope ด้วยพื้นที่รวมเพียงตัวเลขเดียว

ควรกำหนดความถี่ของแต่ละ Cleaning Zone อย่างไร?

ความถี่ไม่ควรกำหนดจากชื่อพื้นที่เพียงอย่างเดียว แต่ควรดูว่าแต่ละ Zone ถูกใช้งานมากเพียงใด สิ่งสกปรกเกิดเร็วแค่ไหน และช่วงใดเหมาะกับการเข้าปฏิบัติงาน

งานประจำระหว่างวัน

  • เก็บเศษวัสดุ
  • ดูแลจุดใช้งานร่วม
  • ตรวจห้องน้ำ
  • ดูแลทางเดินหลัก
  • จัดการจุดที่เกิดสิ่งสกปรกซ้ำ

งานหลังจบรอบ

  • พื้นที่ผลิตบางส่วน
  • พื้นที่แพ็กสินค้า
  • จุดที่มีการขนย้ายระหว่างวัน
  • พื้นที่ที่ต้องเคลียร์ก่อนเข้าทำงาน

งานตามรอบหรือเชิงลึก

  • พื้นที่เข้าถึงยาก
  • พื้นที่ที่ต้องเคลื่อนย้ายสิ่งของก่อน
  • จุดที่มีคราบสะสม
  • งานที่ต้องรอช่วงหยุดไลน์

พื้นที่ที่ต้องหยุดไลน์ผลิตควรแยกเป็น Zone ต่างหากหรือไม่?

หากพื้นที่บางส่วนเข้าทำความสะอาดได้เฉพาะช่วงที่เครื่องจักร หรือกระบวนการผลิตหยุด ควรระบุเป็น Zone หรือ Sub-zone แยกต่างหาก เพื่อไม่ให้ถูกนำไปรวมกับงานประจำวันที่ทีมสามารถเข้าทำได้ตามปกติ

สำหรับพื้นที่ประเภทนี้ ควรวางแผนร่วมกับช่วงหยุดผลิตและฝ่ายที่เกี่ยวข้อง โดยสามารถศึกษาหลักการเพิ่มเติมจาก Factory Shutdown Cleaning และการวางแผนทำความสะอาดช่วงหยุดผลิต

ควรแบ่ง Cleaning Zone ละเอียดแค่ไหน?

การแบ่งละเอียดที่สุดไม่ได้หมายความว่าจะดีที่สุดเสมอไป หากมี Zone มากเกินไป ตารางงานและการตรวจติดตามอาจซับซ้อนโดยไม่จำเป็น แต่หากแบ่งกว้างเกินไปก็อาจไม่เห็นความแตกต่างของแต่ละพื้นที่

หลักที่ใช้พิจารณาได้คือ เมื่อพื้นที่สองส่วนมีงาน ความถี่ เวลา หรือข้อจำกัดต่างกันอย่างชัดเจน ควรพิจารณาแยก Zone

ตัวอย่างเช่น Warehouse หนึ่งแห่งอาจไม่ต้องเป็น Zone เดียวทั้งหมด หากพื้นที่รับสินค้าใช้งานหนักตลอดวัน แต่พื้นที่ Long-term Storage มีการเคลื่อนไหวน้อย การแยกเป็น Receiving Zone และ Storage Zone อาจช่วยวางรอบงานได้เหมาะกว่า

สำหรับศูนย์กระจายสินค้าหรือพื้นที่ Logistics โดยเฉพาะ สามารถดูโครงสร้างพื้นที่เพิ่มเติมได้ที่ การทำความสะอาดศูนย์กระจายสินค้าและคลังสินค้า

ตัวอย่าง Cleaning Zone Matrix แบบง่าย

หลังสำรวจพื้นที่แล้ว สามารถทำตารางสั้น ๆ เพื่อใช้เป็นข้อมูลตั้งต้นก่อนจัดตารางงานจริง

Zone การใช้งาน สิ่งที่พบ ช่วงเวลาที่เหมาะ ความถี่
P-01 Production สูง ฝุ่น / เศษจากการใช้งาน หลังรอบผลิตหรือช่วงที่กำหนด ตามการใช้งานจริง
W-01 Warehouse ปานกลาง–สูง ฝุ่น / เศษกล่อง / คราบจากขนย้าย นอกช่วงรับ–จ่ายสินค้าหนัก รายวัน + งานตามรอบ
L-01 Loading สูงเป็นช่วงเวลา ฝุ่น / ดิน / เศษบรรจุภัณฑ์ หลังรอบรถขนส่ง ตามรอบ Logistics
C-01 Common Area สูง ฝุ่น / ขยะ / การใช้งานร่วม ระหว่างวันตามช่วงใช้งาน ตรวจหลายรอบตามความเหมาะสม
O-01 Office ปานกลาง ฝุ่น / ขยะทั่วไป ก่อนหรือหลังเวลาทำงาน ตามรอบสำนักงาน
ตารางนี้เป็นเพียงตัวอย่างสำหรับวางโครงสร้าง ไม่ใช่ความถี่มาตรฐานที่ใช้ได้กับทุกโรงงาน ความถี่จริงต้องพิจารณาจากประเภทการผลิต จำนวนผู้ใช้งาน ลักษณะสิ่งสกปรก และข้อกำหนดของแต่ละสถานประกอบการ

Cleaning Zone ช่วยวางจำนวนพนักงานทำความสะอาดได้อย่างไร?

การรู้เพียงว่าพื้นที่โรงงานมีจำนวนกี่ตารางเมตร ยังไม่เพียงพอสำหรับประเมินภาระงาน เพราะพื้นที่ขนาดเท่ากันอาจมีความซับซ้อนต่างกันมาก

เมื่อแบ่ง Zone แล้ว จะเห็นข้อมูลเพิ่มเติม เช่น พื้นที่ใดต้องตรวจหลายครั้ง พื้นที่ใดทำเฉพาะหลังเลิกกะ พื้นที่ใดต้องใช้เวลาเข้าถึงมาก และงานใดสามารถรวมเป็นเส้นทางเดียวกันได้

จากนั้นจึงสามารถนำข้อมูล Zone ไปประกอบการพิจารณาจำนวนคน ชั่วโมงทำงาน และการกระจายทีมตามช่วงเวลาได้เหมาะสมขึ้น

Cleaning Zone ควรเชื่อมกับ Checklist และ QC อย่างไร?

การแบ่ง Zone จะมีประโยชน์มากขึ้น เมื่อแต่ละ Zone เชื่อมกับ Checklist ของตัวเอง เพราะผู้ตรวจสามารถรู้ได้ทันทีว่า กำลังตรวจพื้นที่ใดและต้องตรวจรายการอะไร

ตัวอย่างข้อมูลใน Checklist ได้แก่

  • Zone ID
  • ชื่อพื้นที่
  • รายการงาน
  • เวลาที่ต้องดำเนินการ
  • ผู้ปฏิบัติงาน
  • ผลการตรวจ
  • ปัญหาที่พบ
  • การแก้ไข
  • ผู้ตรวจรับ

การจัดโครงสร้างเช่นนี้ทำให้ทีมสามารถย้อนกลับไปดูได้ว่า ปัญหาที่เกิดซ้ำอยู่ใน Zone ใด และควรปรับความถี่ วิธีทำงาน หรือช่วงเวลาการเข้าปฏิบัติงานหรือไม่

7 ขั้นตอนเริ่มแบ่ง Cleaning Zone สำหรับโรงงาน

1

เตรียมแผนผังพื้นที่

ใช้ Floor Plan หรือแผนผังง่าย ๆ เพื่อมองเห็นพื้นที่ผลิต คลังสินค้า ทางเดิน จุดรับ–จ่ายสินค้า และพื้นที่ส่วนกลาง

2

เดินสำรวจพื้นที่จริง

ตรวจว่าการใช้งานจริงตรงกับแผนผังหรือไม่ เพราะเส้นทางพนักงาน พาเลท หรือจุดวางอุปกรณ์ อาจแตกต่างจาก Layout ที่มีอยู่

3

ระบุประเภทการใช้งาน

แยกว่าเป็นพื้นที่ผลิต จัดเก็บ ขนย้าย สำนักงาน หรือพื้นที่สวัสดิการ

4

บันทึกสิ่งสกปรกและข้อจำกัด

ระบุว่าพบฝุ่น คราบ หรือเศษวัสดุแบบใด และมีช่วงเวลาหรือพื้นที่ใดที่ทีมเข้าไม่ได้

5

กำหนด Zone และรหัสพื้นที่

ตั้งชื่อให้อ่านง่าย เช่น P-01, W-01, L-01 หรือใช้ชื่อพื้นที่ ที่ทีมภายในโรงงานคุ้นเคยอยู่แล้ว

6

กำหนดงานและความถี่

ระบุว่างานใดต้องทำระหว่างวัน หลังจบรอบ รายสัปดาห์ หรือตามช่วงหยุดผลิต

7

ทดลองใช้และทบทวนหลังเริ่มงาน

หลังใช้แผนจริง ควรตรวจว่า Zone ใดมีงานตกค้าง งานซ้ำซ้อน หรือเวลาที่กำหนดไม่เหมาะ แล้วปรับแผนให้สอดคล้องกับ Workflow มากขึ้น

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเมื่อตั้ง Cleaning Zone

  • แบ่งตามขนาดพื้นที่อย่างเดียว โดยไม่ได้ดูระดับการใช้งานจริง
  • รวมพื้นที่ที่มีข้อจำกัดต่างกันไว้ด้วยกัน ทำให้กำหนดรอบงานได้ยาก
  • กำหนด Zone แต่ไม่มี Scope จึงไม่รู้ว่าแต่ละพื้นที่ต้องทำอะไรบ้าง
  • ไม่มีรหัสหรือชื่อพื้นที่ที่ชัดเจน ทำให้ทีมและผู้ตรวจเข้าใจคนละจุด
  • ไม่เชื่อม Zone กับรอบการผลิต ทำให้ทีมเข้าทำงานในช่วงที่พื้นที่ยังถูกใช้งาน
  • แบ่งครั้งเดียวแล้วไม่ทบทวน แม้ Layout หรือกระบวนการทำงานของโรงงานเปลี่ยนไปแล้ว

ควรทบทวน Cleaning Zone เมื่อใด?

ไม่จำเป็นต้องรอให้เกิดปัญหาก่อนจึงแก้แผน โรงงานควรพิจารณาทบทวน Zone เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงที่กระทบการใช้งานพื้นที่ เช่น

  • เพิ่มหรือลดไลน์ผลิต
  • ย้ายเครื่องจักรหรือจุดปฏิบัติงาน
  • ปรับ Layout คลังสินค้า
  • เพิ่มกะการทำงาน
  • จำนวนพนักงานเปลี่ยน
  • เปลี่ยนเส้นทาง Logistics
  • เปิดพื้นที่ใหม่
  • พบปัญหางานตกค้างซ้ำในบาง Zone

หากเป็นการปรับพื้นที่ครั้งใหญ่หรือมีช่วงหยุดการผลิต สามารถนำการทบทวน Cleaning Zone ไปรวมกับแผน Shutdown Cleaning เพื่อจัด Scope ใหม่ก่อนเริ่มรอบการผลิตถัดไปได้

ก่อนให้บริษัททำความสะอาดประเมินโรงงาน ควรเตรียมข้อมูลอะไร?

หากต้องการให้การประเมินขอบเขตงานสะท้อนหน้างานจริง ควรเตรียมข้อมูลมากกว่าพื้นที่รวมเป็นตารางเมตร

  • แผนผังโรงงานหรือ Layout หากมี
  • พื้นที่ผลิตและจำนวนไลน์
  • พื้นที่คลังสินค้า
  • พื้นที่ส่วนกลาง
  • จำนวนกะ
  • เวลาทำงานของแต่ละพื้นที่
  • จุดที่มีการใช้งานสูง
  • ประเภทคราบหรือสิ่งสกปรกที่พบ
  • พื้นที่ที่มีข้อจำกัดในการเข้าทำงาน
  • ความถี่ที่ต้องการ
  • ข้อกำหนดด้านความปลอดภัยของโรงงาน

A.N.G. มีหน้ารวม บริการทำความสะอาดสำหรับองค์กรและสถานประกอบการ ซึ่งสามารถใช้ประกอบการพิจารณาว่า แต่ละ Zone ต้องการงานประจำ งานรายครั้ง หรืองานประเภทอื่นเพิ่มเติมหรือไม่

Checklist สรุปก่อนใช้ Cleaning Zone จริง

  • ทุกพื้นที่สำคัญถูกกำหนด Zone แล้วหรือไม่
  • แต่ละ Zone มีขอบเขตชัดเจนหรือไม่
  • มีชื่อหรือรหัสพื้นที่หรือไม่
  • ระบุประเภทงานแล้วหรือไม่
  • กำหนดความถี่แล้วหรือไม่
  • กำหนดช่วงเวลาที่เข้าทำงานได้หรือไม่
  • มีผู้รับผิดชอบหรือไม่
  • มีข้อจำกัดด้านความปลอดภัยหรือไม่
  • มี Checklist สำหรับตรวจงานหรือไม่
  • กำหนดผู้ตรวจรับหรือไม่
  • มีแผนทบทวนเมื่อ Workflow เปลี่ยนหรือไม่

สรุป: Cleaning Zone ที่ดีต้องสะท้อน Workflow ของโรงงานจริง

การแบ่งโซนทำความสะอาดโรงงานไม่ควรเริ่มจากการกำหนดสี หรือแบ่งพื้นที่ให้มีจำนวน Zone มากที่สุด แต่ควรเริ่มจากการทำความเข้าใจว่า แต่ละพื้นที่ถูกใช้งานอย่างไร มีสิ่งสกปรกแบบใด ช่วงใดสามารถเข้าทำงานได้ และต้องประสานกับกระบวนการผลิตหรือ Logistics อย่างไร

เมื่อแบ่ง Cleaning Zone ได้เหมาะสม โรงงานจะสามารถนำข้อมูลไปต่อยอดเป็น Scope of Work ตารางทำความสะอาด Checklist การตรวจงาน และแผนกำลังคนได้ชัดเจนขึ้น

สำหรับองค์กรที่กำลังวางระบบงานทำความสะอาด สามารถศึกษาเนื้อหาเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์รวมบทความด้านการบริหารงานทำความสะอาด

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการแบ่ง Cleaning Zone โรงงาน

โรงงานควรแบ่ง Cleaning Zone กี่โซน?

ไม่มีจำนวนตายตัว ควรแบ่งตามประเภทพื้นที่ การใช้งาน สิ่งสกปรก เส้นทางสัญจร และข้อจำกัดในการเข้าปฏิบัติงาน หากสองพื้นที่มีวิธีดูแลหรือช่วงเวลาทำงานต่างกันชัดเจน ควรพิจารณาแยก Zone

ควรแบ่งโซนตามสีหรือไม่?

สามารถใช้สีช่วยให้เข้าใจพื้นที่ได้ง่ายขึ้น แต่ควรมีชื่อ Zone รหัสพื้นที่ ขอบเขตงานและผู้รับผิดชอบกำกับด้วย ไม่ควรพึ่งสีเพียงอย่างเดียว

พื้นที่ผลิตกับคลังสินค้าควรอยู่ Cleaning Zone เดียวกันหรือไม่?

โดยทั่วไปควรพิจารณาแยก หากลักษณะการใช้งาน สิ่งสกปรก รอบเวลา หรือข้อจำกัดในการทำความสะอาดแตกต่างกัน เพราะจะช่วยกำหนด Scope และความถี่ได้ชัดเจนกว่า

พื้นที่รอบเครื่องจักรควรแยกเป็น Zone หรือไม่?

สามารถแยกได้หากพื้นที่มีข้อจำกัดด้านเวลา การเข้าถึง หรือมีขอบเขตงานต่างจากพื้นโรงงานทั่วไป โดยต้องดำเนินงานตามข้อกำหนดของโรงงาน และไม่รวมงานภายในเครื่องจักรโดยอัตโนมัติ

Cleaning Zone ต้องกำหนดความถี่เท่ากันหรือไม่?

ไม่จำเป็น แต่ละ Zone ควรกำหนดความถี่ ตามระดับการใช้งาน ลักษณะสิ่งสกปรก และช่วงเวลาที่สามารถเข้าปฏิบัติงานได้จริง

ควรทบทวน Cleaning Zone บ่อยแค่ไหน?

ควรทบทวนเมื่อ Layout กระบวนการผลิต จำนวนกะ เส้นทาง Logistics หรือรูปแบบการใช้งานพื้นที่เปลี่ยน รวมถึงเมื่อพบปัญหางานตกค้างซ้ำในบางพื้นที่

ต้องการวาง Cleaning Zone และ Scope งานทำความสะอาดโรงงาน?

หากโรงงานมีพื้นที่ผลิตหลายส่วน คลังสินค้า เส้นทาง Logistics หรือมีรอบการทำงานหลายกะ การประเมินพื้นที่จริงจะช่วยให้กำหนด Zone ความถี่ และช่วงเวลาทำงานได้เหมาะสมขึ้น

ติดต่อ A.N.G. เพื่อแจ้งรายละเอียดพื้นที่

แชร์บทความ