• หน้าแรก
  • บทความ
  • Scope of Work งานทำความสะอาดสำนักงานควรมีอะไรบ้าง? ตัวอย่างหัวข้อที่องค์กรควรกำหนด
KNOWLEDGE ARTICLE
OFFICE CLEANING SCOPE OF WORK

Scope of Work งานทำความสะอาดสำนักงานควรมีอะไรบ้าง? ตัวอย่างหัวข้อที่องค์กรควรกำหนด

Scope of Work งานทำความสะอาดสำนักงาน คือเอกสารที่ระบุว่า “พื้นที่ใด ต้องทำอะไร ทำบ่อยแค่ไหน ทำช่วงเวลาใด ใครรับผิดชอบ และงานใดไม่รวม” ยิ่ง Scope ชัด การวางกำลังคน การทำ Checklist การขอใบเสนอราคา และการตรวจรับงานยิ่งทำได้บนข้อมูลชุดเดียวกัน ไม่ควรมีเพียงข้อความกว้าง ๆ ว่า “ดูแลความสะอาดสำนักงานทั้งหมด”

Scope of Work งานทำความสะอาดสำนักงานควรมีอะไร? อย่างน้อยควรระบุ พื้นที่, รายการงาน, ความถี่, วันและเวลาปฏิบัติงาน, กำลังคนหรือรูปแบบทีม, อุปกรณ์และวัสดุที่ใครเป็นผู้จัดหา, ระบบตรวจงาน, งานที่รวมและไม่รวม รวมถึงวิธีจัดการเมื่อพื้นที่หรือปริมาณงานเปลี่ยน

Scope of Work ต่างจาก Cleaning Checklist อย่างไร?

Scope of Work เป็นกรอบขอบเขตงานระดับสัญญาหรือข้อตกลง ว่าผู้ให้บริการต้องรับผิดชอบพื้นที่และงานใดบ้าง ส่วน Cleaning Checklist เป็นเครื่องมือแปลง Scope ให้เป็นรายการที่ใช้ปฏิบัติงาน และตรวจงานในแต่ละวันหรือแต่ละรอบ

กล่าวง่าย ๆ คือ Scope บอกว่า “ต้องทำอะไร” ส่วน Checklist ช่วยตรวจว่า “ทำแล้วหรือยัง”

หากยังไม่ได้จัด Checklist สามารถใช้บท Cleaning Checklist สำนักงาน: งานรายวัน รายสัปดาห์ และรายเดือนควรมีอะไรบ้าง เป็นขั้นตอนต่อจากบทนี้

10 หัวข้อหลักที่ควรมีใน Scope งานทำความสะอาดสำนักงาน

1

ข้อมูลสถานที่

ระบุประเภทสำนักงาน พื้นที่โดยประมาณ จำนวนชั้น อาคารหรือโซน รวมถึงพื้นที่ที่อยู่ในขอบเขตจริง

2

รายการพื้นที่

เช่น พื้นที่ทำงาน ห้องประชุม ห้องน้ำ Pantry Reception โถงลิฟต์ ทางเดิน และพื้นที่ส่วนกลาง

3

รายการงาน

ระบุว่าต้องทำอะไรในแต่ละพื้นที่ เช่น พื้น ขยะ พื้นผิวที่อยู่ใน Scope หรือการเติมวัสดุสิ้นเปลือง

4

ความถี่

แยก Daily Weekly Monthly รอบตรวจระหว่างวัน และงานตามเหตุการณ์

5

วันและเวลาปฏิบัติงาน

ระบุวันทำงาน เวลาที่เข้าพื้นที่ได้ ช่วง Peak และงานที่ต้องทำก่อนเปิดหรือหลังเลิกงาน

6

รูปแบบกำลังคน

ระบุจำนวนหรือหลักในการประเมินทีม กะ Supervisor และการทดแทนเมื่อพนักงานขาด

7

อุปกรณ์และผลิตภัณฑ์

ระบุว่าใครเป็นผู้จัดหา อะไรรวมในราคา และมีข้อจำกัดตามวัสดุหรือพื้นที่ใดบ้าง

8

ระบบตรวจงาน

กำหนด Checklist ผู้ตรวจ รอบ QC ช่องทางแจ้งปัญหา และการติดตามการแก้ไข

9

งานที่ไม่รวม

ระบุงานที่ต้องประเมินแยก เช่น Big Cleaning งานพื้น ซักพรม หรือพื้นที่สูง

10

เงื่อนไขเมื่อ Scope เปลี่ยน

หากเพิ่มพื้นที่ เพิ่มจำนวนผู้ใช้งาน เพิ่มเวลาทำงาน หรือมีงานใหม่ ควรกำหนดวิธีประเมินและอนุมัติการเปลี่ยนแปลงไว้ล่วงหน้า

ตัวอย่างการเขียน Scope ตามพื้นที่สำนักงาน

พื้นที่ ตัวอย่างรายการงาน ตัวอย่างวิธีกำหนดความถี่ สิ่งที่ควรระบุเพิ่ม
พื้นที่ทำงาน พื้น ขยะ และพื้นผิวที่กำหนด งานหลักตามรอบ + งานตามเหตุการณ์ โต๊ะหรืออุปกรณ์ใดอยู่/ไม่อยู่ใน Scope
ห้องประชุม พื้น โต๊ะ เก้าอี้ ขยะ และความเรียบร้อย ตามรอบและหลังใช้งานเมื่อกำหนดไว้ ใครเป็นผู้แจ้งเมื่อมีประชุมพิเศษ
ห้องน้ำ พื้น สุขภัณฑ์ อ่างล้าง กระจก ขยะ รอบตรวจตามจำนวนผู้ใช้และช่วง Peak วัสดุสิ้นเปลืองรายการใดรวมในบริการ
Pantry พื้น อ่างล้าง ขยะ และพื้นผิวที่อยู่ใน Scope งานหลัก + ตรวจหลังช่วงใช้งานสูง ภาชนะ เครื่องใช้ หรือเครื่องชงกาแฟรวมอยู่หรือไม่
Reception / Lobby พื้น กระจก เคาน์เตอร์ และพื้นที่นั่งรอ ก่อนเปิด + รอบตรวจตามการสัญจร กำหนดช่วงที่ห้ามรบกวนผู้มาติดต่อ
โถงลิฟต์ / ทางเดิน พื้น ขยะ และจุดสัมผัสตามแผน รอบประจำ + รอบตรวจตามจำนวนผู้ใช้ แยกพื้นที่ส่วนกลางอาคารกับพื้นที่ผู้เช่าให้ชัด
ตัวอย่างนี้เป็นโครงสำหรับจัด Scope ไม่ใช่รายการตายตัว เพราะสำนักงานแต่ละแห่งมีพื้นที่ จำนวนผู้ใช้ และข้อจำกัดต่างกัน

Scope ควรกำหนดความถี่อย่างไร?

อย่าเขียนเพียง “ทำความสะอาดทุกวัน”

เพราะข้อความดังกล่าวไม่บอกว่า พื้นที่ใดทำวันละครั้ง พื้นที่ใดต้องตรวจระหว่างวัน หรือรายการใดทำเฉพาะบางวัน

ควรแยกเป็น Daily / Weekly / Monthly และระบุรอบตรวจของพื้นที่ใช้งานสูงให้ชัด

เริ่มจากการใช้งานจริง

จำนวนผู้ใช้งาน ห้องน้ำ Pantry ห้องประชุม และช่วง Peak มีผลต่อความถี่มากกว่าการใช้ตัวเลขเดียวกับทุกโซน

อ่านต่อที่ สำนักงานควรทำความสะอาดวันละกี่ครั้ง?

Scope ควรระบุจำนวนแม่บ้านเลยหรือไม่?

หากองค์กรมี TOR หรือ Requirement ที่กำหนดจำนวนบุคลากรไว้แล้ว สามารถระบุจำนวนคนได้ แต่หากยังไม่ได้กำหนด ควรเขียน Scope และช่วงเวลาทำงานให้ชัดก่อน แล้วให้ผู้ให้บริการประเมินกำลังคนจากภาระงาน

การระบุเพียง “ต้องการแม่บ้าน 3 คน” โดยไม่บอกพื้นที่ ความถี่ ชั่วโมงทำงาน และรายการงาน ทำให้ยากต่อการตรวจว่าจำนวนดังกล่าวสัมพันธ์กับงานจริงหรือไม่

อ่านแนวทางประเมินต่อได้ที่ สำนักงานควรใช้แม่บ้านกี่คน?

อุปกรณ์ น้ำยา และวัสดุสิ้นเปลืองควรเขียนใน Scope อย่างไร?

ระบุผู้จัดหา

  • อุปกรณ์ทำความสะอาดใครเป็นผู้จัดหา
  • ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดใครเป็นผู้จัดหา
  • ถุงขยะ กระดาษ หรือสบู่รวมอยู่หรือไม่
  • มีพื้นที่เก็บอุปกรณ์หรือไม่

ระบุข้อจำกัด

  • พื้นผิวหรือวัสดุที่ต้องใช้วิธีเฉพาะ
  • ผลิตภัณฑ์ที่องค์กรอนุญาตหรือไม่อนุญาต
  • พื้นที่ที่ต้องแยกอุปกรณ์
  • ข้อกำหนดการจัดเก็บและเข้าถึงอุปกรณ์
สำหรับพื้นแต่ละวัสดุ ควรแยกวิธีดูแลให้เหมาะสม อ่าน วิธีทำความสะอาดพื้นแต่ละประเภทให้เหมาะกับวัสดุ ก่อนกำหนดงานพื้นใน Scope

งานอะไรควรระบุว่า “ไม่รวม” ใน Scope งานประจำ?

Big Cleaning หรือทำความสะอาดครั้งใหญ่
ขัดล้างหรือเคลือบเงาพื้น
ซักพรม โซฟา หรือผ้าม่าน
งานกระจกภายนอกหรือพื้นที่สูง
งานหลังรีโนเวทหรือก่อสร้าง
งานคราบหรือวัสดุเฉพาะที่ต้องประเมินแยก
การระบุ Exclusion ไม่ได้หมายความว่าผู้ให้บริการทำงานนั้นไม่ได้ แต่ช่วยให้ทุกฝ่ายเข้าใจว่า งานใดรวมอยู่ในค่าบริการประจำ และงานใดต้องขอราคา/ประเมินเพิ่มเติม

Big Cleaning ควรอยู่ใน Scope ประจำหรือแยกออก?

หาก Big Cleaning เป็นงานเฉพาะช่วง เช่น หลังปรับปรุง ก่อนเปิดพื้นที่ หลังจัดกิจกรรม หรืองานทำความสะอาดครั้งใหญ่ ควรแยกเป็น Scope ของโครงการ เพื่อระบุพื้นที่ ทีมงาน อุปกรณ์ ระยะเวลา และงานที่รวม/ไม่รวมให้ชัด

อ่านเพิ่มเติมที่ Big Cleaning คืออะไร? ต่างจากงานประจำอย่างไร หรือดู บริการ Big Cleaning

ระบบ QC และการตรวจรับงานควรเขียนอะไรใน Scope?

สิ่งที่ควรกำหนด

  • ใครเป็นผู้ตรวจงาน
  • ตรวจด้วย Checklist หรือรูปแบบใด
  • พื้นที่ใดต้องตรวจทุกวัน
  • มีรายงานสรุปตามรอบหรือไม่
  • ช่องทางแจ้งปัญหาคืออะไร

เมื่อพบปัญหา

  • ใครรับเรื่อง
  • บันทึกปัญหาอย่างไร
  • ใครติดตามการแก้ไข
  • เมื่อใดต้องแจ้งองค์กร
  • กรณีเกิดซ้ำต้องทบทวนอะไร
บทถัดไปใน Cluster นี้จะลงรายละเอียดเรื่อง QC งานทำความสะอาดและวิธีตรวจงาน โดยเฉพาะ

ตัวอย่างโครงสร้าง Scope of Work แบบย่อ

หัวข้อ ตัวอย่างข้อมูลที่ควรระบุ
1. สถานที่ สำนักงาน A อาคาร B ชั้น 5–8 และพื้นที่ส่วนกลางที่ระบุ
2. วันทำงาน ระบุวันทำการ วันหยุด และวันที่ต้องมีบริการเพิ่มเติม
3. เวลาทำงาน ระบุช่วงเวลาและเวลาที่เข้าพื้นที่แต่ละโซนได้
4. พื้นที่ พื้นที่ทำงาน ห้องประชุม ห้องน้ำ Pantry ล็อบบี้ ทางเดิน ฯลฯ
5. งานและความถี่ แยก Daily / Weekly / Monthly / รอบตรวจ
6. กำลังคน จำนวนตาม Requirement หรือให้เสนอจาก Scope พร้อมหน้าที่ Supervisor
7. อุปกรณ์ รายการที่ผู้ให้บริการจัดหา และรายการที่ลูกค้าจัดเตรียม
8. QC Checklist ผู้ตรวจ รอบรายงาน และช่องทางแจ้งปัญหา
9. Exclusion Big Cleaning งานพื้น ซักพรม พื้นที่สูง หรืองานอื่นที่ประเมินแยก
10. Change Request วิธีประเมินเมื่อเพิ่มพื้นที่ เวลา จำนวนผู้ใช้ หรือรายการงาน

ก่อนส่ง Scope ให้บริษัททำความสะอาด ควรตรวจอะไรอีกครั้ง?

พื้นที่ทุกโซนถูกระบุครบหรือยัง
รายการงานกว้างเกินไปหรือไม่
ความถี่ของแต่ละโซนชัดหรือยัง
วันและเวลาทำงานตรงกับการใช้งานจริงหรือไม่
งานที่ไม่รวมระบุแล้วหรือยัง
อุปกรณ์และวัสดุใครเป็นผู้จัดหา
วิธีตรวจงานและแจ้งปัญหาชัดหรือไม่
ผู้เสนอราคาทุกรายได้รับข้อมูลชุดเดียวกันหรือไม่

Scope ช่วยเปรียบเทียบใบเสนอราคาได้อย่างไร?

หากแต่ละบริษัทได้รับข้อมูลคนละชุด ราคาที่ได้อาจเทียบกันไม่ได้ เพราะบางรายอาจรวม Supervisor อุปกรณ์ หรืองานตามรอบ ขณะที่อีกข้อเสนอไม่รวม

การส่ง Scope ชุดเดียวกัน ช่วยให้องค์กรเปรียบเทียบ จำนวนคน ชั่วโมงทำงาน อุปกรณ์ QC และงานที่รวม/ไม่รวม บนฐานที่ใกล้เคียงกันมากขึ้น

เมื่อ Scope พร้อมแล้ว อ่านขั้นตอนต่อที่ คู่มือเลือกบริษัทรับทำความสะอาดสำหรับองค์กร

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Scope of Work งานทำความสะอาด

ควรระบุพื้นที่ รายการงาน ความถี่ วันและเวลาปฏิบัติงาน รูปแบบกำลังคน อุปกรณ์และวัสดุ ระบบตรวจงาน งานที่รวมและไม่รวม รวมถึงเงื่อนไขเมื่อขอบเขตงานเปลี่ยน

Scope กำหนดขอบเขตและเงื่อนไขของงาน ส่วน Checklist ใช้แปลง Scope เป็นรายการสำหรับปฏิบัติงานและตรวจงานในแต่ละรอบ ทั้งสองเอกสารจึงควรสอดคล้องกัน

หากองค์กรมี Requirement จำนวนคนอยู่แล้วสามารถระบุได้ แต่หากยังไม่ทราบ ควรกำหนดพื้นที่ รายการงาน ความถี่ และเวลาทำงานให้ชัด แล้วใช้ข้อมูลเหล่านี้ประกอบการประเมินกำลังคน

หากเป็นงานเฉพาะช่วงควรแยก Scope เพื่อกำหนดพื้นที่ รายการงาน ทีมงาน อุปกรณ์ และระยะเวลาให้ชัด ไม่ควรถือว่ารวมอยู่ในงานประจำโดยอัตโนมัติ

หากต้องการเปรียบเทียบข้อเสนอ ควรส่งข้อมูลตั้งต้นและ Scope ชุดเดียวกัน เพื่อให้จำนวนคน ชั่วโมงทำงาน อุปกรณ์ และราคา อ้างอิงขอบเขตที่ใกล้เคียงกัน

มีข้อมูลพื้นที่แล้ว แต่ยังไม่แน่ใจว่าจะจัด Scope อย่างไร?

แจ้งประเภทสำนักงาน ขนาดพื้นที่ จำนวนชั้น จำนวนผู้ใช้งาน ห้องน้ำ Pantry ห้องประชุม วันและเวลาที่ต้องการบริการ เพื่อใช้ประกอบการประเมินขอบเขตงาน ความถี่ และรูปแบบบริการ

แชร์บทความ